Skip to content
Facebook-f Youtube Line

เปิดทำการ: จันทร์ - ศุกร์: 8:30น. - 17:30น.

  • เกี่ยวกับเรา
    • ข้อมูลบริษัท
    • ลูกค้าของเรา
    • ตัวแทนจำหน่าย
    • ใบรับรอง
  • ติดต่อเรา
  • บริการ
  • สินค้า
  • คอร์สอบรม
  • โซลูชัน
  • บทความข่าวสาร
  • ผลงาน

สั่งสินค้าออนไลน์

เมนู
  • บริการ
  • สินค้า
  • คอร์สอบรม
  • โซลูชัน
  • บทความข่าวสาร
  • ผลงาน
  • บริการ
  • สินค้า
  • คอร์สอบรม
  • โซลูชัน
  • บทความข่าวสาร
  • ผลงาน
แอดไลน์

สั่งสินค้าออนไลน์

สั่งสินค้าออนไลน์

แอดไลน์

คู่มือ H3C Switch: ตั้งค่า VLAN และ QoS สำหรับองค์กร

  • หน้าแรก
  • บทความข่าวสาร
  • คู่มือ H3C Switch: ตั้งค่า VLAN และ QoS สำหรับองค์กร
  • administrator
  • 19 มีนาคม 2026
  • 01:52 น.
Facebook
LINE
Twitter
Pinterest
คู่มือ H3C Switch VLAN QoS

คู่มือ H3C Switch: ตั้งค่า VLAN และ QoS สำหรับองค์กร

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รัก ในบทความวันนี้เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้การตั้งค่า H3C Switch แบบละเอียด ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครือข่ายคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในประเทศไทย บทความนี้จะเป็นคู่มือ Step-by-Step ที่ท่านสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเราจะมุ่งเน้นไปที่รุ่น H3C S1850V2 Series ซึ่งมาพร้อมกับ Web Management ที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

เนื้อหาในบทความนี้จะครอบคลุม:

  • การเข้าสู่ระบบ Web Interface ของ H3C Switch
  • การตั้งค่า VLAN (Virtual Local Area Network)
  • การกำหนด Access Port และ Trunk Port
  • การตั้งค่า QoS (Quality of Service)
  • การเปิดใช้งาน RSTP (Rapid Spanning Tree Protocol)

1. เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มการตั้งค่า

ก่อนที่เราจะเริ่มการตั้งค่า H3C Switch มีสิ่งที่ท่านควรเตรียมความพร้อมดังนี้:

  1. อุปกรณ์ที่จำเป็น:
    • H3C Switch รุ่น S1850V2 หรือรุ่นที่รองรับ Web Management
    • คอมพิวเตอร์สำหรับตั้งค่า (PC/Laptop)
    • สาย LAN สำหรับเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และ Switch
    • Web Browser (แนะนำ Google Chrome หรือ Microsoft Edge)
  2. ข้อมูลเครือข่าย:
    • IP Address ของ Switch (ค่าเริ่มต้นมักจะเป็น 192.168.0.1)
    • IP Address ของคอมพิวเตอร์ (ควรอยู่ใน Subnet เดียวกับ Switch)
    • Username และ Password สำหรับเข้าสู่ระบบ

2. การเข้าสู่ระบบ Web Interface ของ H3C Switch

ขั้นตอนแรกคือการเข้าสู่ระบบจัดการของ H3C Switch ผ่าน Web Browser ซึ่งทำได้ง่ายตามขั้นตอนดังนี้:

  1. เชื่อมต่อสาย LAN: เชื่อมต่อสาย LAN จากคอมพิวเตอร์ไปยัง Port ใดก็ได้บน H3C Switch
  2. ตั้งค่า IP Address ของคอมพิวเตอร์:
    • เปิด Control Panel > Network and Internet > Network Connections
    • คลิกขวาที่ Ethernet Connection > Properties
    • เลือก Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4) > Properties
    • ตั้งค่า IP Address: 192.168.0.10
    • Subnet Mask: 255.255.255.0
    • Default Gateway: 192.168.0.1
  3. เข้าสู่ Web Interface:
    • เปิด Web Browser แล้วพิมพ์ http://192.168.0.1 ใน Address Bar
    • กด Enter รอจนกว่าจะปรากฏหน้าจอ Login
  4. กรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ:
    • Username: admin
    • Password: admin (หรือตามค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์)
    • กดปุ่ม Login

หมายเหตุ: หากท่านได้เปลี่ยน IP Address ของ Switch ไปแล้ว ให้ใช้ IP Address นั้นในการเข้าแทน

3. การตั้งค่า VLAN (Virtual Local Area Network)

3.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ VLAN

VLAN คือการแบ่ง Logical Network ออกเป็นส่วนย่อยๆ บน Switch เดียวกัน ช่วยในเรื่อง:

  • ความปลอดภัย: แยก Traffic ของแต่ละแผนกออกจากกัน
  • ประสิทธิภาพ: ลด Broadcast Domain ทำให้เครือข่ายทำงานได้เร็วขึ้น
  • การจัดการ: จัดการอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้นตามกลุ่มใช้งาน

3.2 ขั้นตอนการสร้าง VLAN

สมมติว่าท่านต้องการสร้าง VLAN สำหรับองค์กรดังนี้:

  • VLAN 10: สำหรับแผนก Sales
  • VLAN 20: สำหรับแผนก HR
  • VLAN 30: สำหรับแผนก IT
  • VLAN 99: สำหรับ Management
  1. เข้าสู่เมนู VLAN:
    • คลิกที่เมนู Network หรือ VLAN ที่แถบด้านซ้าย
    • เลือก VLAN Configuration
  2. สร้าง VLAN ใหม่:
    • คลิกที่ปุ่ม Add หรือ Create
    • กรอก VLAN ID: 10
    • กรอก VLAN Name: Sales
    • คลิก OK หรือ Apply
  3. สร้าง VLAN เพิ่มเติม: ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2 สำหรับ VLAN 20, 30 และ 99
    • VLAN ID: 20, Name: HR
    • VLAN ID: 30, Name: IT
    • VLAN ID: 99, Name: Management
  4. ตรวจสอบ VLAN ที่สร้าง:
    • ดูที่ VLAN List เพื่อตรวจสอบว่า VLAN ทั้งหมดถูกสร้างเรียบร้อยแล้ว
    • สถานะควรเป็น Active

3.3 การกำหนด Access Port

Access Port คือ Port ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ปลายทาง เช่น PC, Printer, Access Point โดย Port นี้จะอยู่ใน VLAN เดียวเท่านั้น

  1. เข้าสู่เมนู Port VLAN:
    • ไปที่เมนู Network > Port VLAN หรือ Port Configuration
  2. ตั้งค่า Port สำหรับแผนก Sales (VLAN 10):
    • เลือก Port ที่ต้องการ เช่น Port 1-8
    • ตั้งค่า PVID (Port VLAN ID): 10
    • ตั้งค่า Port Type: Access
    • คลิก Apply หรือ Save
  3. ตั้งค่า Port สำหรับแผนก HR (VLAN 20):
    • เลือก Port 9-16
    • ตั้งค่า PVID: 20
    • ตั้งค่า Port Type: Access
    • คลิก Apply
  4. ตั้งค่า Port สำหรับแผนก IT (VLAN 30):
    • เลือก Port 17-24
    • ตั้งค่า PVID: 30
    • ตั้งค่า Port Type: Access
    • คลิก Apply

3.4 การกำหนด Trunk Port

Trunk Port คือ Port ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่าง Switch กับ Switch หรือ Switch กับ Router สามารถส่ง Traffic หลาย VLAN ผ่าน Port เดียวได้

  1. เข้าสู่เมนู Port VLAN: ไปที่เมนู Network > Port VLAN
  2. ตั้งค่า Trunk Port:
    • เลือก Port ที่จะเป็น Trunk เช่น Port 25 (เชื่อมต่อไป Core Switch)
    • ตั้งค่า Port Type: Trunk
    • ตั้งค่า PVID: 1 (VLAN ของ Tagged traffic)
    • ตั้งค่า Allowed VLANs: 1, 10, 20, 30, 99
    • ตั้งค่า Tagged VLANs: 10, 20, 30, 99
    • ตั้งค่า Untagged VLANs: 1
    • คลิก Apply

4. การตั้งค่า QoS (Quality of Service)

4.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ QoS

QoS คือฟีเจอร์ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของ Traffic ในเครือข่าย ทำให้ Traffic สำคัญ เช่น Voice, Video ได้ความสำคัญสูงกว่า Traffic ปกติ

ระดับความสำคัญของ QoS (802.1p Priority):

  • Priority 7: Network Control (สูงสุด)
  • Priority 6: Voice
  • Priority 5: Video
  • Priority 4: Mission Critical
  • Priority 3: Signaling
  • Priority 2: Best Effort
  • Priority 1: Background
  • Priority 0: Low Latency (ต่ำสุด)

4.2 ขั้นตอนการตั้งค่า QoS

  1. เข้าสู่เมนู QoS:
    • คลิกที่เมนู Network หรือ Advanced
    • เลือก QoS Configuration
  2. เปิดใช้งาน QoS:
    • ค้นหาตัวเลือก QoS Enable
    • ติ๊กถูกที่ช่อง Enable
    • คลิก Apply
  3. ตั้งค่า Port Priority:
    • ไปที่ Port Priority Configuration
    • เลือก Port ที่เชื่อมต่อ VoIP Phone หรือ Access Point
    • ตั้งค่า Default Priority: 6 (Voice)
    • ตั้งค่า Trust Mode: 802.1p หรือ DSCP
    • คลิก Apply
  4. ตั้งค่า Traffic Classification (ถ้ามี):
    • ไปที่ Classifier หรือ Rule Configuration
    • สร้าง Rule ใหม่:
      • Rule Name: VoIP-Traffic
      • Match Protocol: UDP
      • Match Port: 5060, 16384-32767
      • Priority: 6
    • คลิก Add หรือ Create
  5. ตั้งค่า Bandwidth Limit (ถ้าต้องการ):
    • ไปที่ Bandwidth Management
    • เลือก Port ที่ต้องการจำกัด Bandwidth
    • ตั้งค่า Ingress Rate: เช่น 100 Mbps
    • ตั้งค่า Egress Rate: เช่น 100 Mbps
    • คลิก Apply

5. การตั้งค่า RSTP (Rapid Spanning Tree Protocol)

5.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ RSTP

RSTP คือโปรโตคอลที่ช่วยป้องกัน Network Loop และสร้าง Path สำรองเมื่อมี Link ล้มเหลว ช่วยให้เครือข่ายมีความเสถียรและกู้คืนได้รวดเร็ว

5.2 ขั้นตอนการตั้งค่า RSTP

  1. เข้าสู่เมนู STP:
    • คลิกที่เมนู Network หรือ Advanced
    • เลือก STP Configuration หรือ Spanning Tree
  2. เปิดใช้งาน RSTP:
    • ตั้งค่า STP Mode: เลือก RSTP
    • ตั้งค่า STP Enable: ติ๊กถูกที่ Enable
    • คลิก Apply
  3. ตั้งค่า Bridge Priority:
    • ไปที่ Bridge Configuration
    • ตั้งค่า Bridge Priority:
      • สำหรับ Core Switch: 4096 (ต่ำสุด = เป็น Root)
      • สำหรับ Access Switch: 8192 ขึ้นไป
    • คลิก Apply
  4. ตั้งค่า Port Priority:
    • ไปที่ Port Configuration
    • ตั้งค่า Port Priority: สำหรับแต่ละ Port
      • Port ที่เชื่อมต่อ Core: 0 (ความสำคัญสูง)
      • Port ที่เชื่อมต่อ Access: 128 ขึ้นไป
    • คลิก Apply
  5. ตั้งค่า Edge Port:
    • ไปที่ Port Configuration
    • เลือก Port ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ปลายทาง (PC, Printer)
    • ตั้งค่า Edge Port: ติ๊กถูกที่ Enable
    • ตั้งค่า BPDU Filter: ติ๊กถูกที่ Enable
    • คลิก Apply
  6. ตั้งค่า BPDU Guard:
    • เปิดใช้งาน BPDU Guard สำหรับ Edge Port
    • ช่วยให้ Port ปิดตัวทันทีเมื่อได้รับ BPDU (ป้องกัน Loop)

6. การตั้งค่า IP Address และ Management VLAN

  1. เข้าสู่เมนู IP Configuration:
    • คลิกที่เมนู Network > IP Configuration
  2. ตั้งค่า IP Address ของ Switch:
    • ตั้งค่า IP Address: เช่น 192.168.1.10
    • ตั้งค่า Subnet Mask: 255.255.255.0
    • ตั้งค่า Default Gateway: เช่น 192.168.1.1
    • คลิก Apply
  3. ตั้งค่า VLAN Interface:
    • ไปที่ VLAN Interface หรือ SVI
    • สร้าง VLAN Interface สำหรับ VLAN 99 (Management):
      • VLAN ID: 99
      • IP Address: 192.168.99.1
      • Subnet Mask: 255.255.255.0
    • คลิก Add หรือ Create

7. การตั้งค่า Security และ Access Control

  1. เปลี่ยน Password:
    • ไปที่เมนู System > Security
    • เปลี่ยน Password ของ Admin เป็น Password ที่แข็งแรง
    • แนะนำ: ใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่, พิมพ์เล็ก, ตัวเลข และสัญลักษณ์
  2. ตั้งค่า SSH (แทน Telnet):
    • เปิดใช้งาน SSH Server
    • ปิดใช้งาน Telnet เพื่อความปลอดภัย
    • ตั้งค่า SSH Key หรือ Password Authentication
  3. ตั้งค่า Access Control List (ACL):
    • สร้าง ACL เพื่อจำกัดการเข้าถึง Switch
    • อนุญาตเฉพาะ IP Range ที่ได้รับอนุญาต

8. การตรวจสอบและทดสอบ

8.1 ตรวจสอบ VLAN

  1. ไปที่เมนู Status หรือ Monitor
  2. เลือก VLAN Status
  3. ตรวจสอบว่า VLAN ทั้งหมดแสดงสถานะ Active
  4. ตรวจสอบ Port Membership ว่าถูกต้อง

8.2 ตรวจสอบ QoS

  1. ไปที่เมนู Status > QoS Status
  2. ตรวจสอบว่า QoS เปิดใช้งานแล้ว
  3. ตรวจสอบ Port Priority ว่าตั้งค่าถูกต้อง

8.3 ตรวจสอบ RSTP

  1. ไปที่เมนู Status > STP Status
  2. ตรวจสอบว่า RSTP เปิดใช้งานแล้ว
  3. ตรวจสอบ Root Bridge ว่าถูกต้อง
  4. ตรวจสอบ Port State ว่าถูกต้อง (Forwarding, Discarding, Learning)

8.4 ทดสอบการเชื่อมต่อ

  1. ทดสอบภายใน VLAN เดียวกัน:
    • เชื่อมต่อ PC สองเครื่องใน VLAN 10
    • Ping กันได้ (เช่น 192.168.10.1 ping 192.168.10.2)
  2. ทดสอบข้าม VLAN:
    • เชื่อมต่อ PC ใน VLAN 10 และ PC ใน VLAN 20
    • Ping กันไม่ได้ (ต้องผ่าน Router/L3 Switch)
  3. ทดสอบ QoS:
    • ส่ง VoIP Traffic พร้อม Data Traffic
    • ตรวจสอบว่า VoIP มี Latency ต่ำกว่า

9. การ Backup และ Restore Configuration

  1. Backup Configuration:
    • ไปที่เมนู System > Maintenance
    • เลือก Backup Configuration
    • คลิก Download หรือ Save
    • เก็บไฟล์ไว้ในที่ปลอดภัย
  2. Restore Configuration:
    • ไปที่เมนู System > Maintenance
    • เลือก Restore Configuration
    • Upload ไฟล์ Backup ที่เก็บไว้
    • คลิก Restore และรอให้เสร็จสิ้น

10. สรุปและคำแนะนำเพิ่มเติม

บทความนี้ได้นำเสนอคู่มือการตั้งค่า H3C Switch อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้ง VLAN, QoS และ RSTP ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับการสร้างเครือข่ายองค์กรที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • ทำ Documentation: บันทึกการตั้งค่าทุกครั้งไว้ในเอกสาร
  • ทดสอบก่อนใช้งานจริง: ทดสอบใน Lab ก่อนนำไปใช้งานจริง
  • อัปเดต Firmware: อัปเดต Firmware เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ
  • ตรวจสอบ Regularly: ตรวจสอบสถานะเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ

ติดต่อ CYN Communication

หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ H3C หรือต้องการคำปรึกษาในการออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรของท่าน สามารถติดต่อ CYN Communication ได้ทันที

CYN Communication

  • Website: cyn.co.th
  • ที่อยู่: บริษัท ซายน์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด
  • บริการ: ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ IT/Network ในประเทศไทย
  • ผลิตภัณฑ์: H3C, และอุปกรณ์เครือข่ายชั้นนำอื่นๆ

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการหลังการขายอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้ธุรกิจของท่านเติบโตอย่างมั่นคงด้วยโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ทันสมัยและเชื่อถือได้

ขอบคุณที่ท่านได้ติดตามอ่านบทความนี้ หวังว่าข้อมูลจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเครือข่ายขององค์กรของท่านครับ

Prevย้อนกลับคู่มือ Blackmagic ATEM Mini: ไลฟ์สตรีมแบบมืออาชีพ
ถัดไปคู่มือ TP-Link Omada: ตั้งค่า Captive Portal สำหรับ WiFi องค์กรNext

CYN

CYN COMMUNICATION CO.,LTD. จัดจำหน่าย ให้เช่า และบริการออกแบบติดตั้ง ระบบและอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค, บอร์ดแคส สตรีมมิ่ง, เซิร์ฟเวอร์ พร้อมให้บริการ Solution ต่างๆที่เกี่ยวข้อง

Facebook-f Youtube Line

บริการ

  • เซิร์ฟเวอร์
  • ถ่ายทอดสด
  • อินเตอร์เน็ต
  • เน็ตเวิร์ค
  • ประชุม & สัมนาออนไลน์
  • กล้องวงจรปิด

สินค้า

  • Peplink
  • Ruijie
  • Reyee
  • Engenius
  • Blackmagic
  • Synology

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • ร่วมงานกับเรา

ติดตามข่าวสาร

รับข่าวสารล่าสุดของเราส่งตรงไปยังกล่องจดหมายของคุณ

© 2022 cyn.co.th. All Rights Reserved.

  • ข้อกำหนดการใช้งาน
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว