Skip to content
Facebook-f Youtube Line

เปิดทำการ: จันทร์ - ศุกร์: 8:30น. - 17:30น.

  • เกี่ยวกับเรา
    • ข้อมูลบริษัท
    • ลูกค้าของเรา
    • ตัวแทนจำหน่าย
    • ใบรับรอง
  • ติดต่อเรา
  • บริการ
  • สินค้า
  • คอร์สอบรม
  • โซลูชัน
  • บทความข่าวสาร
  • ผลงาน

สั่งสินค้าออนไลน์

เมนู
  • บริการ
  • สินค้า
  • คอร์สอบรม
  • โซลูชัน
  • บทความข่าวสาร
  • ผลงาน
  • บริการ
  • สินค้า
  • คอร์สอบรม
  • โซลูชัน
  • บทความข่าวสาร
  • ผลงาน
แอดไลน์

สั่งสินค้าออนไลน์

สั่งสินค้าออนไลน์

แอดไลน์

Blackmagic Cinema Camera URSA Cine Immersive รีวิว กล้องถ่ายทำ 3D Immersive

  • หน้าแรก
  • บทความข่าวสาร
  • Blackmagic Cinema Camera URSA Cine Immersive รีวิว กล้องถ่ายทำ 3D Immersive
  • administrator
  • 10 May 2026
  • 16:50 น.
Facebook
LINE
Twitter
Pinterest

⏱ อ่าน ~7 นาที

📌 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ CYN · ร้านค้า CYN · ติดต่อ CYN

สารบัญ

  1. รู้จัก Blackmagic
  2. คุณสมบัติเด่น
  3. เหมาะกับงานประเภทใด
  4. เปรียบเทียบกับรุ่นอื่น
  5. คำถามที่พบบ่อย
  6. สรุป

เมื่อเทคโนโลยีการผลิตวิดีโอก้าวเข้าสู่ยุคของ Immersive Video และ Apple Vision Pro ผู้ผลิตหลายรายต่างแข่งขันกันพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถตอบโจทย์การถ่ายทำภาพสามมิติแบบเต็มรูปแบบ แต่จนกระทั่งการเปิดตัว Blackmagic URSA Cine Immersive ทำให้วงการ Cinema Camera ต้องสั่นสะเทือน เพราะนี่คือกล้องตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการถ่ายทำ Apple Immersive Video สำหรับแว่นตา Vision Pro โดยตรง ด้วยระบบเลนส์คู่ เซนเซอร์ dual 8K RGBW และการส่งสัญญาณสดผ่าน 100G Ethernet ตามมาตรฐาน SMPTE-2110 ทำให้มันไม่ใช่เพียงแค่กล้องถ่ายทำธรรมดา แต่เป็นระบบผลิตวิดีโอ immersive แบบครบวงจร สำหรับนักพัฒนา ผู้จัดงานอีเวนต์ สตรีมเมอร์ และผู้ผลิตระบบ (SI) ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ภาพและเสียงแบบ 360° อย่างแท้จริง กล้องตัวนี้คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

รู้จัก Blackmagic

Blackmagic Design คือผู้นำด้านอุปกรณ์ผลิตวิดีโอระดับมืออาชีพ ที่มีชื่อเสียงจากกล้อง Cinema Camera และซอฟต์แวร์ DaVinci Resolve ซึ่ง URSA Cine Immersive คือนวัตกรรมล่าสุดที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านภาพและสีสันไปสู่โลก immersive

Blackmagic Design ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยีการผลิตวิดีโอคุณภาพสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้สร้างทุกระดับ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างชื่อจากการเปิดตัวกล้องดิจิทัลที่มีไดนามิกเรนจ์กว้าง เช่น URSA Mini Pro และ Pocket Cinema Camera รวมถึงซอฟต์แวร์ตัดต่อและทำสี DaVinci Resolve ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในฮอลลีวูดและงานผลิตทั่วโลก ด้วยปรัชญาการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และราคาที่สมเหตุสมผล Blackmagic จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้ผลิตวิดีโอระดับมืออาชีพไว้วางใจ

การมาถึงของ Blackmagic URSA Cine Immersive ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญจากการผลิตวิดีโอ 2D แบบดั้งเดิมสู่ยุคของ spatial computing และ immersive storytelling กล้องนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับความต้องการของผู้ผลิตที่ต้องการสร้างคอนเทนต์สำหรับแพลตฟอร์มอย่าง Apple Vision Pro ซึ่งต้องการวิดีโอในรูปแบบ stereoscopic 3D พร้อมข้อมูลความลึกและเสียงแบบ ambisonic โดยเฉพาะ ทำให้มันเป็นมากกว่ากล้อง — มันคือแพลตฟอร์มผลิตวิดีโอ immersive แบบเบ็ดเสร็จ

คุณสมบัติเด่น

Blackmagic URSA Cine Immersive มาพร้อม dual 8Kx8K RGBW เซนเซอร์ ความเร็ว 90fps ไดนามิกเรนจ์ 16 จุด ระบบเลนส์คัสตอม 100G Ethernet สำหรับ SMPTE-2110 และการรองรับเต็มรูปแบบใน DaVinci Resolve สำหรับงาน immersive ทั้งภาพและเสียง

ดูอัล 8K RGBW เซนเซอร์ พร้อมไดนามิกเรนจ์ 16 จุด

หัวใจของ URSA Cine Immersive คือเซนเซอร์ dual 8Kx8K RGBW ที่ทำงานที่ 90 เฟรมต่อวินาที แต่ละเซนเซอร์มีความละเอียด 8K ในแนวแกน X และ Y พร้อมฟิลเตอร์สี RGBW ที่เพิ่มช่องสัญญาณสีขาวเพื่อเพิ่มความสว่างและลดนอยส์ในสภาพแสงน้อย ด้วยไดนามิกเรนจ์สูงถึง 16 จุด ทำให้กล้องสามารถเก็บรายละเอียดในเงาและไฮไลต์ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานถ่ายทำ immersive ที่ต้องการความสมจริงสูงในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำในอาคารที่มีแสงจัด หรือกลางแจ้งที่มีเงาตกกระทบ เซนเซอร์นี้ให้ภาพที่มีความลึกและสมจริงอย่างเหลือเชื่อ

ระบบเลนส์คัสตอมสำหรับภาพ stereoscopic 3D

ต่างจากกล้องถ่ายทำทั่วไป URSA Cine Immersive มาพร้อมกับระบบเลนส์คัสตอมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสร้างภาพ stereoscopic 3D ที่แม่นยำ เลนส์ทั้งสองตัวถูกจัดวางในระยะห่างที่คำนวณแล้วเพื่อเลียนแบบมุมมองของดวงตามนุษย์ (interpodal distance) ทำให้ภาพที่ได้มีความลึกและมิติที่เป็นธรรมชาติเมื่อดูผ่านแว่นตา Vision Pro ระบบเลนส์นี้ยังได้รับการปรับแต่งเพื่อลดความบิดเบือนและความแตกต่างของสีระหว่างซ้ายและขวา ทำให้การรวมภาพ (stitching) ในขั้นตอนหลังการผลิตทำได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันอาการเวียนหัวเมื่อผู้ชมดูวิดีโอ immersive เป็นเวลานาน

100G Ethernet สำหรับการถ่ายทอดสด SMPTE-2110

หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดคือการรองรับ 100G Ethernet สำหรับการส่งสัญญาณวิดีโอสดตามมาตรฐาน SMPTE-2110 ซึ่งช่วยให้สามารถส่งสัญญาณวิดีโอ เสียง และข้อมูลควบคุมแยกกันเป็นสตรีม IP ความเร็วสูงได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานผลิตสด เช่น การถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต กีฬา หรืออีเวนต์ระดับใหญ่ที่ต้องการส่งสัญญาณไปยังหลายจุดพร้อมกัน โดยไม่สูญเสียคุณภาพหรือหน่วงเวลา ความเร็วระดับนี้ยังเปิดทางให้สามารถทำงานร่วมกับระบบผลิตสดที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบ IP ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรม broadcast กำลังเดินไป

การทำงานอย่างไร้รอยต่อใน DaVinci Resolve

ไฟล์ที่บันทึกจาก URSA Cine Immersive สามารถนำเข้าไปทำงานใน DaVinci Resolve ได้ทันที โดยที่หน้าตัดต่อ (Edit) จะแสดงผลเหมือนกับการทำงานกับวิดีโอ 2D ปกติ ทำให้ผู้ตัดต่อไม่ต้องเรียนรู้อินเทอร์เฟซใหม่ทั้งหมด ในหน้าทำสี (Color) ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือแก้ไขสีหลักและรองได้เต็มรูปแบบ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Edge Mask ใน 3D palette ที่ช่วยปรับมุมมองที่กล้องรับภาพเพื่อตัดสิ่งที่ไม่ต้องการออก เช่น ไมโครโฟนหรือขาตั้งกล้องที่ติดอยู่ในเฟรม โดยยังสามารถปรับความนุ่มนวลของการเปลี่ยนผ่านระหว่างภาพที่ฉายและพื้นหลัง 360º ได้อีกด้วย ทำให้การทำงานหลังการผลิตเป็นไปอย่างราบรื่นและยืดหยุ่น

การสร้างกราฟิก 3D และรองรับ USDZ ใน Fusion

ในหน้า Fusion ผู้ใช้สามารถสร้างกราฟิกและหัวเรื่องแบบ 3D ที่เคลื่อนไหวไปทั่วฟิลด์ออฟวิวได้อย่างอิสระ รองรับการนำเข้าไฟล์ USDZ ซึ่งเป็นฟอร์แมตที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานผลิตระดับฮอลลีวูดสำหรับเอฟเฟกต์และโมเดล 3D ทำให้สามารถเพิ่มวัตถุเสมือนจริงเข้าไปในฉาก immersive ได้โดยที่วัตถุนั้นจะมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่จริงในมุมมองของผู้ชม นอกจากนี้ เครื่องมือเดิมอย่าง Patcher และ Distort ยังได้รับการอัปเดตให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์กับวิดีโอ immersive ทำให้ศิลปิน VFX สามารถใช้ทักษะเดิมของพวกเขาในการสร้างสรรค์งานในมิติใหม่นี้ได้ทันที

การรองรับเต็มรูปแบบสำหรับ Apple Spatial Audio Format (ASAF)

ไม่ใช่แค่ภาพเท่านั้น แต่เสียงก็เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ immersive URSA Cine Immersive ผ่านการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม DaVinci Resolve Fairlight ทำให้สามารถผสมและมาสเตอร์เสียงในรูปแบบ Apple Spatial Audio Format (ASAF) ได้อย่างเต็มที่ รองรับสูงสุดถึง 7th order ambisonic busses รวมถึงวัตถุเสียง (objects) และช่องสัญญาณ (channels) ทำให้ผู้ออกแบบเสียงสามารถวางตำแหน่งเสียงในพื้นที่ 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เคลื่อนที่รอบหัวผู้ฟัง เสียงที่มาจากด้านบน หรือการจำลองเสียงสะท้อนในห้อง (room simulation) นอกจากนี้ ยังสามารถนำเข้าและแปลงเสียงจากรูปแบบ 3D อื่น ๆ เช่น Ambisonics หรือ Dolby Atmos มาเป็น ASAF เพื่อใช้งานกับ Vision Pro ได้โดยตรง

เหมาะกับงานประเภทใด

Blackmagic URSA Cine Immersive เหมาะสำหรับงานผลิตวิดีโอ immersive ระดับมืออาชีพ เช่น การถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญ การสร้างคอนเทนต์สำหรับแว่นตา VR/AR การผลิตภาพยนตร์ทดลอง และงานออกแบบประสบการณ์พิพิธภัณฑ์

สำหรับผู้จัดงานอีเวนต์และทีมผลิตสด กล้องนี้เปิดโอกาสให้สามารถถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี หรือการแข่งขันกีฬาในรูปแบบ immersive ที่ผู้ชมสามารถสวมแว่นตา Vision Pro และรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์จริง ด้วยการส่งสัญญาณผ่าน 100G Ethernet ทำให้สามารถส่งสัญญาณคุณภาพสูงไปยังศูนย์กลางการผลิตหรือเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการบันทึกและส่งไฟล์ภายหลัง ซึ่งช่วยลดเวลาในการผลิตและเพิ่มความทันสมัยให้กับงานผลิตสด

ในด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันและเนื้อหาสำหรับแพลตฟอร์ม spatial computing นักพัฒนาสามารถใช้ URSA Cine Immersive เพื่อสร้างคอนเทนต์ต้นแบบสำหรับแอปพลิเคชันบน Vision Pro เช่น การทัวร์ชมสถานที่สำคัญแบบเสมือนจริง การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม หรือการนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบ 3D ที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบได้ ด้วยความละเอียดสูงและไดนามิกเรนจ์กว้าง ทำให้ภาพที่ได้มีความสมจริงเพียงพอที่จะหลอกสมองให้รับรู้ว่าเป็นของจริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างประสบการณ์ immersive ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กล้องยังเหมาะกับการใช้งานในสตูดิโอผลิตภาพยนตร์และโฆษณาที่ต้องการทดลองกับรูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ ๆ ผู้กำกับสามารถใช้มันเพื่อทดลองถ่ายทำฉากที่ตัวละครสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมได้ 360 องศา หรือสร้างเอฟเฟกต์ที่วัตถุลอยผ่านมุมมองของผู้ชมในลักษณะที่เป็นไปไม่ได้ในวิดีโอ 2D แบบดั้งเดิม เมื่อรวมกับความสามารถของ DaVinci Resolve ในการทำสีและเอฟเฟกต์ ทำให้ URSA Cine Immersive กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยและการทดลองทางภาพยนตร์

เปรียบเทียบกับรุ่นอื่นในตลาด

เมื่อเทียบกับกล้อง cinema camera อื่น ๆ Blackmagic URSA Cine Immersive โดดเด่นด้วยการเป็นกล้องตัวแรกที่ออกแบบมาสำหรับ immersive video โดยเฉพาะ ในขณะที่รุ่นเช่น URSA Mini Pro 12K หรือ Canon EOS R5 C ยังเน้นที่วิดีโอ 2D ความละเอียดสูงเป็นหลัก

Blackmagic URSA Mini Pro 12K เป็นกล้องที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้ผลิตภาพยนตร์และงานโฆษณา ด้วยเซนเซอร์ 12K ที่ให้ความละเอียดมหาศาลและไดนามิกเรนจ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ถูกออกแบบมาสำหรับการผลิตวิดีโอ 2D แบบดั้งเดิม ไม่มีระบบเลนส์คู่หรือการรองรับภาพ stereoscopic 3D ทำให้ไม่สามารถใช้ถ่ายทำคอนเทนต์ immersive สำหรับ Vision Pro ได้โดยตรง แม้ว่าจะสามารถถ่ายทำวิดีโอ 360 องศาได้โดยใช้อะแดปเตอร์ภายนอก แต่ก็ขาดความแม่นยำและการซิงโครไนซ์ที่จำเป็นสำหรับประสบการณ์ immersive ที่แท้จริง ในทางกลับกัน URSA Cine Immersive ถูกสร้างขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่เซนเซอร์ไปจนถึงการรองรับในซอฟต์แวร์

Canon EOS R5 C เป็นกล้องไฮบริดที่ได้รับความนิยมในหมู่สตรีมเมอร์และผู้ผลิตอิสระ ด้วยความสามารถในการถ่ายวิดีโอ 8K และฟีเจอร์โฟกัสอัตโนมัติที่ยอดเยี่ยม แต่เช่นเดียวกับ URSA Mini Pro มันถูกออกแบบมาสำหรับวิดีโอ 2D และไม่มีฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่รองรับงาน immersive โดยเฉพาะ แม้ว่าจะสามารถใช้ถ่ายทำวิดีโอ 360 องศาได้ด้วยอุปกรณ์เสริม แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องพึ่งพาการซ่อมแซมและปรับแต่งในขั้นตอนหลังการผลิตอย่างมาก ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนและลดประสิทธิภาพ ในขณะที่ URSA Cine Immersive ให้ผลลัพธ์ที่พร้อมใช้งานได้เร็วกว่า และมีการสนับสนุนเต็มรูปแบบในระบบนิเวศของ Blackmagic เช่น DaVinci Resolve และ Fairlight

เมื่อเทียบกับโซลูชันจากผู้ผลิตอื่น เช่น ระบบกล้องหลายตัวของ Nokia OZO หรือ Kandao Obsidian ระบบเหล่านี้แม้จะสามารถถ่ายทำวิดีโอ 360 องศาได้ แต่ส่วนใหญ่เน้นไปที่การถ่ายทำแบบ monoscopic หรือ stereoscopic พื้นฐาน และขาดการผสานรวมกับระบบผลิตวิดีโอระดับมืออาชีพอย่างเต็มรูปแบบ URSA Cine Immersive แตกต่างตรงที่มันถูกออกแบบมาให้ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กโฟลว์ผลิตวิดีโอระดับมืออาชีพ ตั้งแต่การบันทึก ไปจนถึงการตัดต่อ ทำสี เอฟเฟกต์ และการผสมเสียง ทำให้มันไม่ใช่แค่กล้องถ่ายทำ แต่เป็นสตูดิโอผลิตวิดีโอ immersive เคลื่อนที่ที่สมบูรณ์แบบ

คำถามที่พบบ่อย

Blackmagic URSA Cine Immersive รองรับการทำงานกับแว่นตา Apple Vision Pro หรือไม่?

ใช่ กล้องนี้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อผลิตวิดีโอในรูปแบบ Apple Immersive Video ที่สามารถเล่นบนแว่นตา Apple Vision Pro ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแปลงฟอร์แมตเพิ่มเติม ไฟล์ที่บันทึกจากกล้องสามารถนำเข้าไปใช้ใน DaVinci Resolve และส่งออกเป็นรูปแบบที่ Vision Pro รองรับได้ทันที

จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์พิเศษในการทำงานกับไฟล์จาก URSA Cine Immersive หรือไม่?

ไม่จำเป็น ไฟล์จากกล้องสามารถทำงานได้ใน DaVinci Resolve รุ่นปกติ โดยที่หน้าตัดต่อจะแสดงผลเหมือนกับวิดีโอ 2D ทั่วไป และฟีเจอร์ immersive เช่น การดูภาพในมุมมอง LatLong หรือ viewport จะมีให้ใช้งานในตัว ไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินภายนอกเพิ่มเติม

กล้องนี้สามารถใช้ถ่ายทำวิดีโอ 2D ปกติได้หรือไม่?

แม้ว่าจะถูกออกแบบมาสำหรับงาน immersive แต่ไฟล์จากเซนเซอร์แต่ละตัวสามารถนำมาใช้เป็นวิดีโอ 2D ความละเอียดสูงได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีฟีเจอร์เช่น autofocus หรือระบบควบคุมเลนส์แบบดั้งเดิม ดังนั้นจึงเหมาะกับงานที่วางแผนล่วงหน้าและใช้การโฟกัสแบบแมนวลมากกว่าการถ่ายทำแบบทันทีทันใด

การเชื่อมต่อ 100G Ethernet ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

100G Ethernet ช่วยให้สามารถส่งสัญญาณวิดีโอ เสียง และข้อมูลควบคุมแบบสด ๆ ตามมาตรฐาน SMPTE-2110 ได้โดยไม่บีบอัดหรือหน่วงเวลา ซึ่งเหมาะสำหรับงานผลิตสดที่ต้องการส่งสัญญาณคุณภาพสูงไปยังหลายจุด เช่น รถถ่ายทอดสด ศูนย์กลางการผลิต หรือระบบคลาวด์ เพื่อการประมวลผลหรือกระจายสัญญาณต่อไป

สรุป + ติดต่อสอบถาม

Blackmagic URSA Cine Immersive คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการผลิตวิดีโอ ด้วยการเป็นกล้อง cinema camera ตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาสำหรับงานถ่ายทำ immersive โดยเฉพาะ มันรวมเอาเซนเซอร์ dual 8K ความเร็วสูง ระบบเลนส์คัสตอมสำหรับภาพ stereoscopic 3D 100G Ethernet สำหรับการผลิตสด และการสนับสนุนเต็มรูปแบบใน DaVinci Resolve สำหรับทั้งภาพและเสียง spatial audio เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้มันเป็นมากก

รายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้ผลิต: https://www.blackmagicdesign.com/products/blackmagicursacineimmersive

Prevย้อนกลับDeckLink Capture & Playback รีวิว Blackmagic Design คุณภาพระดับมืออาชีพ
ถัดไปATEM ATEM Live Production รีวิว ATEM SDI – สวิตช์ไลฟ์โปร Blackmagic DesignNext

CYN

CYN COMMUNICATION CO.,LTD. จัดจำหน่าย ให้เช่า และบริการออกแบบติดตั้ง ระบบและอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค, บอร์ดแคส สตรีมมิ่ง, เซิร์ฟเวอร์ พร้อมให้บริการ Solution ต่างๆที่เกี่ยวข้อง

Facebook-f Youtube Line

บริการ

  • เซิร์ฟเวอร์
  • ถ่ายทอดสด
  • อินเตอร์เน็ต
  • เน็ตเวิร์ค
  • ประชุม & สัมนาออนไลน์
  • กล้องวงจรปิด

สินค้า

  • Peplink
  • Ruijie
  • Reyee
  • Engenius
  • Blackmagic
  • Synology

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • ร่วมงานกับเรา

ติดตามข่าวสาร

รับข่าวสารล่าสุดของเราส่งตรงไปยังกล่องจดหมายของคุณ

© 2022 cyn.co.th. All Rights Reserved.

  • ข้อกำหนดการใช้งาน
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว